| |
| ประวัติ ความเป็นมา จังหวัดภูเก็ต |
|
 |
| |
| ภูเก็ต ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ |
| คำขวัญภูเก็ต " ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม " |
| |
| ภูเก็ต เป็นชื่อที่ใช้เรียกในปัจจุบัน เดิมนั้นเรียกว่า " ภูเก็จ " แปลว่า " เมืองแก้ว " ซึ่งตรงกับความหมายของชาว ทมิฬซึ่งเรียกเมืองนี้ว่า " มณีคราม " ตามหลักฐานที่ปรากฏเมื่อปีพ.ศ.? 1568 ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ นานานับพันปี ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือ ที่ใช้เส้นทางระหว่างจีน อินเดีย โดยผ่านแหลมมาลายู โดยมีหลักฐาน เก่าแก่ที่สุดที่แสดง ในแผนที่เดินเรือของชาวปโตเลมี โดยกล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิ ลงมาแหลมมาลายู ต้องผ่าน แหลมจังซีลอน ซึ่งคือภูเก็ตในปัจจุบัน |
| |
| ภูเก็ต จากประวัติศาสตร์ไทยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรพรลิงค์ ต่อมาถึงอาณาจักรศรีวิชัย และสมัยอาณาจักรศิริรมนคร เรียกเมืองภูเก็ตว่า " เมืองตะกั่วถลาง " เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยมีการใช้ตราประจำเมืองเป็นรูปสุนัข สมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวฮอลันดาเข้ามาค้าขายแร่ดีบุกจำนวนมาก จึงทำให้เกาะภูเก็ตทางตอนเหนือ และตอนกลางเป็น เมืองถลางที่มีคนไทยปกครอง ส่วนทางตอนใต้ และตะวันตก ของเกาะภูเก็ตซึ่งมีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ |
| |
| สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น พม่าได้ยกทัพมาตีหัวเมืองต่าง ๆ ทางใต้ เรื่อยมาจนถึงเมืองถลาง ซึ่งในขณะนั้น เจ้าเมืองถลางได้ถึงแก่กรรม คุณหญิงจันภริยา และคุณมุกน้องสาว ได้รวบรวมกำลังพลต่อสู้กับกองทัพพม่า จนกระทั้งกองทัพพม่าแตกพ่ายกลับไป เมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน 2328 พระบาทพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงทรงได้โปรดเกล้า แต่งตั้งคุณหญิงจัน เป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็น ท้าวศรีสุนทร |
| |
| ในราวศตวรรษที่ 16 ได้มีชาวตะวันตก จึน และอินเดีย อพยพเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณคาบมหาสมุทรมาลายู และช่องแคบมะละกา ซึ่งทำให้ภูเก็ตได้รับอิทธิพลดังกล่าวไปด้วย โดยเฉพาะในด้านภาษา การแต่งกาย ประเพณี รวมถึงการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนในสมัยนั้น |
| |
| ในราวศตวรรษที่ 18 - 19 ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงปฏิวัติอุตสหกรรมของชาวตะวันตก ด้านการค้าแร่ดีบุก จึงได้เจริญรุ่งเรืองมาก และพื้นที่ตอนใต้ของเกาะภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณ " ทุ่งคา " เป็นบริเวณที่มีแร่ดีบุก จำนวนมากและอุดมสมบูรณ์ ต่อมาหลวงพิทักษ์ทวีป ซึ่งเป็นเจ้าเมืองในสมัยนั้น ได้ย้ายเมืองจากบ้านเก็ตโฮ่ มาตั้งเมืองที่บริเวณ " ทุ่งคา " และได้มีการตั้งมณฑลฝ่ายตะวันตก ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็น " มณฑลภูเก็ต " โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง นอกจากนั้น ท่านยังได้เป็นผู้วางรากฐานเมืองภูเก็ต นำความเจริญรุ่งเรือง ด้านวางผังเมืองภูเก็ต รูปแบบอาคารตึกแถว และอาคารต่าง ๆ ในตัวเมืองภูเก็ต |
| |
| ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีภูมิศาสตร์เป็นเกาะ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ฝั่งตะวันตก ทะเลอันดามันมหาสมุทรอินเดีย ระหว่างเส้นรุ่งที่ 7 องศา 45 ลิบดา ถึง 8 องศา 15 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 98 องศา 15 ลิบดา ถึง 98 องศา 40 ลิบดาตะวันออก เนื่องจากเป็นสภาพเป็นเกาะ และมีเกาะบริวารทั้งหมด 32 เกาะ มีพื้นที่ประมาณ 570 ตารางโลเมตร และในส่วนที่กว้างที่สุดของเกาะประมาณ 21.3 กิโลเมตร และส่วนที่ยาวที่สุดของเกาะ 48.7 กิโลเมตร |
| |
| จังหวัดภูเก็ตปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนกลุ่มต่าง ๆ อาทิ ชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวจีนช่องแคบ ชาวจีนกวางตุ้ง รวมถึงชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ชาวไทยมุสลิมมีจำนวนร้อยละ 20 - 36 ของประชากรภูเก็ต และพวกกลุ่มชาวเล จะเป็นกลุ่มชนพวกอูรักลาโว้ย พวกมอเกน ซึ่งกลุ่มชาวมอเกน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ มอเกนปูเลา ( Moken Pulau ) และมอเกนดาหมับ ( Moken Tamub ) และปัจจุบันมีกลุ่มชาวยุโรปที่เข้ามาลงทุนในภูเก็ต รวมถึงชาวอินเดีย |
| |
| จังหวัดภูเก็ตมีภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ในเขตฝนเมืองร้อน จึงเป็นเขตที่อบอุ่นทั้งปี มีฤดูเพียง 2 ฤดู คือฤดูฝน และฤดูร้อน มีมรสุมถึง 8 เดือน ในจำนวน 1 ปี คือมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่ เดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เร่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ทำให้เกิดฝนตกชุก จนได้เรียกกันว่า " ฝนแปด แดดสี่ " |
|